10 ตุลาคม 2562
10 ความเชื่อการถนอมรถยนต์แบบผิดๆ

10 ความเชื่อการถนอมรถยนต์แบบผิดๆ 


เพื่อนบอกให้ทำอย่างนั้น แฟนบอกให้ทำอย่างนี้ แถมยังมีลุงป้าน้าอามาเชียร์ว่าต้องทำอย่างไรด้วย มีร้อยแปดพันเก้าวิธีในการถนอมรถที่เราขับขี่ เคยคิดมั๊ยครับว่ามันจริงอย่างที่บอกกันหรือเปล่า  วันนี้เราจึงยกตัวอย่างการดูแลรักษารถแบบต่างๆว่า ผิดหรือถูกกันแน่  ที่ยังมีคนเชื่อและยังนำมาปฏิบัติใช้อยู่ในปัจจุบัน


1.ควรใช้ตำแหน่งเกียร์ ทุกครั้งที่ติดไฟแดง 

จริงๆ ก็ไม่ต้องปฏิบัติเหมือนเดิมทุกๆ ครั้ง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการจอดมากกว่า อย่างในกรณีที่ติดไฟแดงนาน5-10 นาที ก็ควรเปลี่ยนเป็นเกียร์ ถ้ารถติดต่ำกว่านั้นใส่เกียร์ คาไว้ พร้อมกับเหยียบเบรกเพื่อป้องการรถเคลื่อนตัว ที่สำคัญการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ก็ไม่ได้ผลต่อการสึกหรอมากนัก เอาเวลาไปใส่ใจกับการเปลี่ยนน้ำกมันเกียร์ตามระยะทางดีกว่าครับ 


2.ควรเหยียบคลัทช์ค้างไว้ขณะจอดติดไฟแดง

หลายคนที่ใช้รถเกียร์ธรรมดา คงเคยบ้างที่จะเหยียบคลัทช์ค้างไว้ขณะจอดรถติดไฟแดง เพื่อให้สามารถออกตัวได้รวดเร็วเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว ซึ่งการเหยียบคลัทช์ค้างไว้ จะทำให้คลัทช์หมดไวขึ้น นอกจากนั้น การเลียคลัทช์บ่อยๆ ท่ามกลางสภาพการจราจรหนาแน่น ยังมีผลทำให้แม่ปั๊มคลัทช์เสื่อมสภาพจนทำให้เกิดอาการคลัทช์จม คลัทช์ลื่นได้อีกด้วย 


3.ปล่อยให้น้ำมันในถังเหลือน้อยๆแล้วค่อยเติมทีเดียวจะได้ไม่เสียเวลา

จริงครับว่าเราไม่เสียเวลาขับเข้าปั๊ม แต่การปล่อยให้น้ำมันเชื้อเพลิงในถังเหลือน้อยมากๆ อาจส่งผลให้ตะกอนที่อยู่ในถังเข้าไปอุดตันในปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง (ปั๊มติ๊ก) จนทำให้เกิดความเสียหายได้ และยังเป็นการทำให้ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงทำงานหนักกว่าปกติอีกด้วย เกิดปัญหาการดูแลรักษารถภายหลังได้ครับ


4.พวงกุญแจรถ แฟชั่นเครื่องประดับเสริมมงคล 

นี่คือควรเชื่อในของพวกเราหลายๆคนครับ ในกรณีนี้กุญแจประเภท Keyless Entry ที่ไม่ต้องเสียบเข้ากับช่องกุญแจก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่หากเป็นกุญแจแบบดอกที่ยังต้องเสียบเข้ากับรูกุญแจอยู่ หากตัวกุญแจมีน้ำหนักมากเกินไป ก็จะส่งผลให้สวิตช์กุญแจเสื่อมได้เร็วขึ้นนะ


5.ยกก้านปัดน้ำฝนขึ้นเวลาจอดรถตากแดดช่วยยืดอายุยางปัดน้ำฝน

บอกเลยครับ ว่าแทบไม่มีผล ไม่ว่าจะยกหรือวางในตำแหน่ง อายุการใช้งานหรือความคงทนก็ไม่ได้มีมากขึ้นหรือช่วยให้เสื่อมช้าลงไปจากเดิมเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่อายุการมีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 ปี ขณะเดียวกันก็ส่งผลเสียให้สปริงของก้านปัดล้า ซึ่งราคาเปลี่ยนก็มีมูลค่าสูงกว่าแน่นอน ถ้าจะถนอมจริงๆ เป็นไปได้แนะนำให้จอดในที่ร่มดีกว่า


6.ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 5,000 กม. จะช่วยลดการสึกหรอเครื่องยนต์ 

ถ้าย้อนไปสัก 10-20 ปี มันคือเรื่องจริงครับ แต่ปัจจุบันน้ำมันเครื่องมีเกรดหรือทางเลือกให้ผู้ใช้รถได้เปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมและทุนทรัพย์ เกรดปิโตรเลียมธรรมดาก็เพิ่มอายุเป็น 5,000-7,000 กม. ส่วนกึ่งสังเคราะห์ก็ได้ถึง 10,000 กม. และสำหรับสังเคราะห์ก็ 10,000 กม. บวกๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละคน


7.เดินทางไกลให้เติมลมยางอ่อนดีกว่าแข็ง เพราะทำให้ยางระเบิดได้ 

ตรงกันข้ามเลยครับ จริงๆ สาเหตุที่ทำให้ยางระเบิด โดยเฉพาะเมื่อขับระยะไกลนั้น มาจากลมยางอ่อนเกินไป เพราะแก้มยางมีหลายชั้นซ้อนกัน ซึ่งถ้าลมอ่อนแก้มยางจะย้วยและยืดยุบตลอดเวลาและร้อนจนอาจระเบิด แถมยังทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติ ส่วนการเติมลมยางจนแข็งเกินไป ก็อาจทำให้ขับแล้วรู้สึกกระด้าง และลดการเกาะถนนเนื่องจากแก้มยางยกตัวขึ้น แล้วถามว่าเติมอย่างไรให้ปลอดภัย ให้ดูที่คู่มือดูแลรักษาประจำรถนะครับ


8.ขับทางไกลยิ่งขับช้ายิ่งประหยัด 

จริงๆ หลายคนเข้าใจผิดว่ายิ่งขับรถช้าประมาณ 50-60 กม./ชม. ก็จะยิ่งประหยัดน้ำมัน ซึ่งความเป็นจริงหากขับรถทางไกลด้วยความเร็วช้าจนเกินไป กลับยิ่งทำให้กินน้ำมันมากขึ้น เพราะกำลังจากเครื่องยนต์ไม่ได้ถูกตัดต่อกำลังให้อยู่ในตำแหน่งเกียร์สูงสุด รวมถึงอาจยังมีการเปลี่ยนเกียร์ไปมาในจังหวะเหยียบคันเร่ง ซึ่งยิ่งทำให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้นไปอีก ทางที่ดีควรใช้ความเร็วที่เหมาะสมประมาณ 90-100 กม./ชม. จะได้ความประหยัดมากกว่า


9.เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน (Hazard Light) เมื่อข้ามแยกที่มีไม่สัญญาณไฟหรือไฟชำรุด 

ยังเป็นวิธีที่ใช้รถแบบผิดๆ ที่สืบทอดมาถึงยุคปัจจุบัน ทั้งที่ความจริง ถ้าคุณเปิดไฟฉุกเฉิน แน่นอนว่าฝั่งตรงข้ามหรือด้านท้ายคุณนั้นอาจมองเห็น แต่สำหรับรถในฝั่งซ้ายหรือขวา จะเห็นสัญญาณไฟเลี้ยวเพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น รถทางขวาอาจจะจอดให้ไป แต่สำหรับทางซ้ายอาจคิดว่าคุณจะเลี้ยวซ้ายจึงไม่หยุด ส่งผลให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ด้วยความเข้าใจผิด ไฟฉุกเฉินควรใช้ในกรณีที่ด้านหน้าเกิดอุบัติเหตุ หรือรถจอดเสียกลางถนน


10.หงายมือสอดเข้าไปพวงมาลัยเวลายูเทิร์นจะช่วยให้ออกแรงน้อยลง 

เทคโนโลยีของรถยนต์พัฒนาไปมาก การเลี้ยวรถทำได้ง่ายดายโดยไม่ต้องออกแรงเยอะเพราะมีเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรง การจับพวงมาลัยที่ถูกต้องมือทั้ง ข้างควรจับในตำแหน่ง และ นาฬิกา เมื่อคุณเลี้ยวซ้ายใช้มือขวาเป็นหลักหมุนพวงมาลัย ขณะเดียวกันมือซ้ายหมุนลงเมื่อมือซ้ายถึงตำแหน่งล่างสุดให้ปลอยมือซ้าย แต่มือขวายังจับอยู่และหมุนพวงมาลัยต่อลงมาจนถึงตำแหน่งล่างสุด พอถึงตอนคืนพวงมาลัยก็ควงมือขวากลับคืนตำแน่งเดิมล้อกลับมาตรง มือจะต้องไม่ย้ายออกจากตำแหน่งที่จับพวงมาลัย เวลาเลี้ยวขวาก็กลับกันใช้มือซ้ายควงมือขวาแค่ประคองส่งเวลาคืนก็ใช้มือซ้ายควงกลับตำแหน่งเดิม


นึกถึงสินเชื่อรถยนต์นึกถึงคาร์ฟิน  มาปรึกษาได้ฟรีกับพวกเราได้ทั้งแต่ วันจันทร์-เสาร์ เวลา 9.00 - 18.00 น. ครับ

…………………………………………………………...
ค้นหาโปรโมชั่น >>> http://www.carfinn.com/#promotion
chatbot >>> https://goo.gl/PaiUW9
Inbox >>> https://goo.gl/hVsqtY
[email protected] >>>http://line.me/ti/p/[email protected]
Telephone >>> 02-026-3343
.
#CarFinn
#ClickforCarCash
#
สินเชื่อรถยนต์จบง่ายๆแค่ปลายนิ้ว